ประโยชน์ของเก็กฮวย

การขยายพันธ์ของ เก็กฮวย

เก็กฮวย 1 ต้น เมื่ออายุครบ 90 วัน สามารถตัดกิ่งไปปักชำได้ โดยใช้เวลาประมาณ 20 วัน ในการออกราก แล้วรออีก 70 วัน จนครบ 90 วัน จะโตพอที่จะตัดกิ่งพันธ์เพื่อไปขยายต่อไป ต้นเก็กฮวย อาจจะขยายได้ถึง 10 ต้น

ถ้าต้นเดือน มกราคม เราปลูกเก็กฮวยไว้เพียง 1 ต้น เมื่อถึงเดือน เมษายน เราจะสามารถขยายได้อีก 10 ต้น รวมเป็น 11 ต้น และเมื่อถึงต้นเดือน สิงหาคม เราขยายเป็นครั้งที่ 2 จะขยายได้อีก จาก 11 ต้นไปเป็น 121 ต้น

หลังจากนั้น เราจะปล่อยให้เก็กฮวย 121 ต้นนั้นเติบโตไปอีก 90 วัน และเตรียมเก็บเกี่ยวดอกเก็กฮวยที่จะบานในช่วงฤดูหนาวของเดือน  พฤศจิกายน – ธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ต้นเก็กฮวยจะออกดอก

ปกติ ต้นเก็กฮวย 1 ต้น จะออกดอกได้ประมาณ 70 กรัม (0.07 กิโลกรัม)

ดังนั้น 1 ต้นหากขยายไป 2 รอบ จะได้ 121 ต้น x 0.07 = 8.47 กิโลกรัม ดอกสด หรือ 0.85 กิโลกรัม ดอกแห้ง (อัตราส่วน 10 : 1)

หากปลูกระยะห่าง 0.5 x 0.5 เมตร จะได้ 3,000 ต้นต่อไร่ ได้ดอกเก็กฮวยประมาณ 200 กิโลกรัมต่อปี

จำนวนต้น / 15 จะได้ น้ำหนักดอกสด เป็นกิโลกรัม จะได้สินค้า เป็นจำนวนซอง ที่ขนาดซองบรรจุ ดอกเก็กฮวยอบแห้ง 100 กรัม 

เก็กฮวยตากแห้ง / น้ำเก็กฮวย

เก็กฮวยดอกสด 10 กิโลกรัม หลังจากนำไปตากแดดหรืออบแห้งแล้ว จะได้เก็กฮวยแห้งเพียง 1 กิโลกรัม โดยการนำดอกเก็กฮวยสด ไปล้างทำความสะอาด แล้วนำไปนึ่ง 3-5 นาที แล้วนำไปตากแดด 3-4 วัน หรือนำไปอบด้วยเครื่องอบจนแห้ง

การทำน้ำเก็กฮวยไว้ดื่มเอง ให้ต้มน้ำ 3 ลิตร จนเดือด แล้วใส่น้ำตาลลงไป 300 กรัม หลังจากนั้นรอน้ำเดือดอีกครั้ง แล้วใส่ดอกเก็กฮวยแห้งลงไป 30 กรัม พร้อม เม็ดพุดจีน 1 เม็ด ต้มเก็กฮวยต่อไปอีก 5 นาที แล้วปิดเตาแก็ส ปิดฝา รอจนน้ำเก็กฮวยเย็น กรอกใส่ขวด นำไปแช่เย็น พร้อมดื่น เมื่อต้องการ

ช่วงที่ควรปลูก คือ กรกฎาคม – สิงหาคม  ใส่ปุ๋ยหมัก หรือ ปุ๋ยคอก พรวนดิน  รดน้ำให้ชุ่มชื้น โรคและแมลงน้อย โดยจะออกดอก ประมาณ พฤศจิกายน – ธันวาคม โดยปกติ เก็กฮวย 1 ต้น จะให้ผลผลิต ประมาณ 70 กรัมต่อต้นต่อปี เมื่อเก็บดอกรอบแรกแล้ว ให้ตัดสูงจากโคนขึ้นไป 10 เซนติเมตร แล้วนำไปปักชำ ประมาณ 14 วัน แล้วจึงนำไปปลูกลงดินได้ เพื่อขยายพันธ์

เก๊กฮวย

เก๊กฮวย ภาษาอังกฤษ Chrysanthemum มีอยู่หลายสายพันธุ์ โดยสายพันธุ์หลักที่ใช้เป็นยาได้แก่ ดอกเก๊กฮวยสีขาว (ชื่อวิทยาศาสตร์ Dendranthema morifolium (Ramat.) Tzvel.) หรือ Chrysanthemum morifolium Ramat. และดอกเก๊กฮวยสีเหลือง (ชื่อวิทยาศาสตร์ Dendranthema indicum L.) หรือ Chrysanthemum indicum L. สำหรับสายพันธุ์อื่นก็เช่น ดอกเก๊กฮวยป่า (ชื่อวิทยาศาสตร์ Dendranthema boreale (Makino) Ling) โดยคุณสมบัติเด่นของเก๊กฮวยก็คือ มีกลิ่นฉุน มีรสขมและรสหวาน มีฤทธิ์เป็นยาเย็น

เก๊กฮวย เป็นพืชดั้งเดิมของประเทศจีนและญี่ปุ่น แต่ภายหลังได้แพร่กระจายไปทั่วในประเทศกัมพูชา ลาว รวมถึงบ้านเราด้วย ซึ่งจะเพาะปลูกได้ดีในพื้นที่สูงของประเทศ โดยมีการจำหน่ายเป็นดอกสด สำหรับดอกเก๊กฮวยที่นำมาใช้ควรเป็นดอกสีขาวหรือดอกสีเหลือง และไม่ใช่สายพันธุ์ที่เก็บมาจากในป่าเพราะอาจเป็นคนละชนิดกัน

ดอกเก๊กฮวย มีสารพวกฟลาโวนอยด์ (Flavonoid), สารไครแซนทีมิน (Chrysanthemin), สารอะดีนีน (Adenine), สตาไคดวีน (Stachydrine), โคลีน (Choline) กรดอะมิโน และน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยรักษาและป้องกันโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ ช่วยขยายหลอดเลือด ลดการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว !

ประโยชน์ของเก๊กฮวย

ดื่มแก้กระหาย เพิ่มความสดชื่น ช่วยขับเหงื่อ ช่วยบำรุงสายตา บรรเทาอาการ มองเห็นไม่ชัด ตาเบลอ ตามัว

ช่วยเรื่องของหยางในตับ มีฤทธิ์เป็นยาเย็น ช่วยดับพิษร้อน ช่วยแก้ไข้ บรรเทาอาการร้อนใน ช่วยระบายและย่อยอาหาร ช่วยขับลม

ช่วยบำรุงตับ ไต

ช่วงที่ควรปลูก

ช่วงที่ควรปลูก คือ กรกฎาคม – สิงหาคม  ใส่ปุ๋ยหมัก หรือ ปุ๋ยคอก พรวนดิน  รดน้ำให้ชุ่มชื้น โรคและแมลงน้อย โดยจะออกดอก ประมาณ พฤศจิกายน – ธันวาคม โดยปกติ เก็กฮวย 1 ต้น จะให้ผลผลิต ประมาณ 200 กรัมต่อต้นต่อปี เมื่อเก็บดอกรอบแรกแล้ว ให้ตัดสูงจากโคนขึ้นไป 10 เซนติเมตร แล้วนำไปปักชำ ประมาณ 14 วัน แล้วจึงนำไปปลูกลงดินได้ เพื่อขยายพันธ์

การขยายตัวของเก็กฮวย

เก็กฮวย 1 ต้น สามารถขยายพันธ์ด้วยการปักชำได้เป็น 10 ต้น โดยใช้เวลา 90 วัน ดังนั้น ภายใน ระยะเวลา 24 เดือน สามารถขยายได้ถึง 100,000 ต้น เป็นอย่างน้อย หากการปักชำ ประสพความสำเร็จ

สูตรผสมดินปลูก หลังจากเก็บดอกไปแล้ว 2 รอบ

ทรายหยาบ 1 ส่วน,  ขุยมะพร้าว 1 ส่วน, แกลบดิบ ½  ส่วน,  แกลบดำ ½ ส่วน และ ปุ๋ยหมัก หรือ ปุ๋ยมูลไส้เดือน

แหล่งที่มา

เป็นต้น เก๊กฮวย ที่พัฒนาสายพันธุ์โดยโครงการหลวง ได้สายพันธุ์มาจากจีน นำมาผสมเกสรจนได้พันธุ์ที่แข็งแรงกลิ่นหอมสามารถปลูกในไทยได้ จึงเพาะเนื้อเยื่อขยายพันธุ์ สนับสนุนให้ชาวเขาปลูก

ดอกเก๊กฮวยสีขาว : ชื่อวิทยาศาสตร์ Dendranthema morifolium (Ramat.) Tzvel. หรือ Chrysanthemum morifolium Ramat.

ดอกเก๊กฮวยสีเหลือง : ชื่อวิทยาศาสตร์ Dendranthema indicum L. หรือ Chrysanthemum indicum L.

ดอกเก๊กฮวย พบว่ามี สารฟลาโวนอยด์(Flavonoid) สารไครแซนทีมิน (Chrysanthemin) สารอดีนีน(Adenine) สตาไคดวีน(Stachydrine) โคลีน(Choline) กรดอะมิโน และน้ำมันหอมระเหย

มีฤทธิ์เย็น บรรเทาอาการร้อนใน,  ช่วยขับเหงื่อ, ช่วยขับลม ช่วยย่อยอาหาร, ช่วยบำรุงสายตา, ช่วยเรื่องพิษร้อนในตับ

Visitors: 3,899